วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สิกขาของภิกษุ

สิกขาของภิกษุ

มี ๓ อย่าง

          คือ  ศีล  สมาธิ  ปัญญา.
ความสำรวมกายวาจาให้เรียบร้อย  ชื่อว่า ศีล.  สำหรับภิกษุมี  227 ข้อ

ความรักษาใจมั่น  ชื่อว่าสมาธิ.


ความรอบรู้ในกองสังขาร  ชื่อว่าปัญญา.


           โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม  เรียกว่า  อาบัติ.

 อาบัติ

นั้นว่าโดยชื่อ  มี ๗ อย่าง  คือ
ปาราชิก
สังฆาทิเสส
ถุลลัจจัย
ปาจิตตีย์
ปาฏิเทสนียะ
ทุกกฏ
ทุพภาสิต


หลักสูตร นักธรรมตรี

อนุศาสน์ ๘ อย่าง ของพระภิกษุ

 อนุศาสน์  ๘  อย่าง  

แบ่งเป็น
                            นิสสัย ๔  อกรณียกิจ ๔

         นิสสัย   คือ  ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต    มี ๔ อย่าง  คือ
1.  เที่ยวบิณฑบาต

2.  นุ่งห่มผ้าบังสุกุล

3.  อยู่โคนไม้

4.  ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า


   อกรณียกิจ  คือ    กิจที่ไม่ควรทำ   มี ๔ อย่าง  คือ
1.  เสพเมถุน

2.  ลักของเขา

3.  ฆ่าสัตว์

4.  พูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน


 กิจ๔ อย่างนี้  บรรพชิตทำไม่ได้. พวกเราชาวบ้านก็ต้องรู้ไว้เช่นกันนะครับ จะได้ไม่หลงงมงาย

หลักสูตรนักธรรมตรี

กรรมฐาน คืออะไร

กรรมฐาน คืออะไร

กรรมฐาน รวม 2 อย่างเข้าด้วยกันคือ  สมถกรรมฐาน กับ วิปัสนากรรมฐาน

ตัวที่ทำให้อารมณ์จิตไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้สมาธิทรงตัวเขาเรียกว่า สมถกรรมฐาน มีทั้งสิ้น 40 กอง ตามที่พระพุทธเจ้าสอน แต่แตกแยกย่อย ออกไปอีก นับพัน ตามครุบาอาจารย์สอน

ตัวที่ใช้ปัญญารุ้เท่าทันสภาวะตามความเป็นจริง ไม่หลงสภาวะของโลก นี่เป็น วิปัสนากรรมฐาน มีวิธีพิจารณามากมาย ตามแบบฉบับที่พระพุทธเจ้าสอน

สองอย่างนี้เราเรียกรวมว่า กรรมฐาน
การดับทุกข์ทำได้หลายทาง แต่ถ้าต้องการดับทุกข์ถาวร คือทำกรรมฐานทางเดียว

ความดีที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกันและกัน

ความดีที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกันและกัน

ท่านนักปฏิบัติพระกรรมฐานทั้งหลาย  วันนี้เป็นวันที่ 16 ธ.ค 2557 สำหรับวันนี้ เราจะาคุยกันถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เพื่อฆราวาสปฏิบัติ ท่านเรียกว่า สังคหวัตถุ

 สังคหวัตถุ
คือ การสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน มี 4 ข้อ ด้วยกัน คือ

     1. ทาน  คือ การให้  การแบ่งปันของที่มี และ พอจะมีให้กัน ได้แก่ให้กับผู้ที่ขาดแคลน ถึงแม้จะไม่ครบถ้วน แต่ก็เป็นเหตุให้เกิดความรักแก่ผู้ได้รับ แต่ก็อย่าเกินพอดีจนเราเองเดือดร้อน


     2. ปิยวาจา  คือ  พูดแต่คำพูดที่เพราะ  อ่อนหวาน ให้เกียรติ ทำให้ผู้รับฟังสบายใจ เป็นเหตุให้เกิดความรัก ความสบายใจอีกอย่างหนึ่ง

     3.  สมานัตตตา  คือ  การไม่ถือตัวเกินไป ทำตนเสมอกัน  ไม่รังเกียจซึ่งกันและกันโดยฐานะ  โดยตระกูล โดยความรู้ เป็นต้น เมื่อไม่ถือตัว วางตัวสนิทสนม ถือว่าเป็นพวกเดียวกัน ก็เป็นปัจจัยให้เกิดความรัก ความสามัคคี ดูตัวอย่างชัดๆ คือ พระเจ้าอยูหัว และ พระราชวงค์ของเรา


     4.  อัตถจริยา  คือ  การช่วยงานที่ผู้อื่นทำไม่ไหว ด้วยความเต็มใจจะสงเคราะห์ ไม่ทวงความดีที่ทำให้ อย่างนี้ก็เป็นเหตุให้เกิดความรัก ความสามัคคี



เมื่อต่างคนต่างรัก สนิทสนมกัน ด้วยอาศัยเหตุ 4 ประการนี้ ต่างก็มีความสุข ความสบายทั้งกายและใจ เป้นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจซึ่งกัน และ กัน นั่นเอง